J.Santichai's profile:: J.Santichai :::::::::...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    4/29/2006

    ผมช็อค ครับ โรคกลัวเลือด (The Shock Bloody)


               อันนี้จะมาเล่าให้ฟัง ผมเองนั้นเป็นคนกลัวการเจาะเลือดมาก  ไม่รู้ทำไมแค่เจาะเลือดตรงนิ้ว ก็รู้สึกเสียวหมดแรง  เวลาหิว ๆ ใครมาพูดเรื่องเลือดเป็นหมดหายหิว   ตอนเรียนนักศึกษาวิชาทหาร  เคยกัดฟันบริจาคเลือดอยู่ครั้งนึง พยายามจะเอาชนะความกลัว ให้ได้  นั่งเข้าแถว ครับ ยืนไม่ไหวหมดแรง  แล้วก็บริจาคจนได้  จนคิดว่าเราสามารถเอาชนะความกลัวได้แล้ว แต่  .... มันก็ยังไม่หายกลัว เหมียนเดิม ??

              จนวัน...หนึ่ง....ผมเองต้องเริ่มงานใหม่ เลยต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง  ก็ตรวจความดัน วัดส่วนสูงน้ำหนัก ตรวจตาบอดสี  x-ray  ตรวจฉี่  และสิ่งที่ไม่อยากเจอเลย เจาะเลือด ครับ  ก็ทำใจครับ ตรวจ ๆ ไปจนถึงการเจาะเลือด  ก่อนหน้าผมพยาบาลดันทำกระบอกใส่เลือดหก ผมเห็นแล้ว เอิ้ก เลย ยิ่งกลัว ๆ อยู่ ดันมาทำให้เห็นแบบนี้อีก   แล้วดันเจาะเอาไปเป็นกระบอกเลย  ขนาดแต่ก่อน เจาะแค่นิ้ว ยังหนาวเลย  นี่เล่น เป็นกระบอก ..........

             
    วินาที นั้น ก็มาถึง ครับ ผมโดนเรียกไปเจาะเลือด พยาบาลก็หาเส้นเลือดเอาสายมารัด ให้กำมือ จากนั้นก็บรรเลงเอาเข็มเจาะเข้าไป (นี่นั่งพิมพ์อยู่ยังเสียวเลยนะเนี่ย)  จี๊ด เจ็บนิด ๆ แต่มันเสียว ไปหมดเลย หันหน้าหนี ครับ ไม่อยากมองมัน กลัวจะเสียวไปกว่านี้  สักพักเริ่มอื้อ ๆ ไปครับ  แล้วก็ไม่รู้สึกตัวไปสักพัก  เอ้ย ทำไมเราลืมตาไม่ขึ้น เนี่ย .......... รู้สึกหัวสั่น ๆ แต่ทำไมพยายามลืมตา ลืมตาไม่ขึ้น  เหมือนถูกผีอำ เลยลืมตาไม่ขึ้น เอ้ย เราจะฝันได้ไง กำลังนั่งเจาะเลือดอยู่  สมองมันบอกมาอย่างนั้น  เกิดอะไรขึ้นตกใจมาก  พยายามลืมตาแต่ลืมไม่ได้  จนกระทั่งรู้สึกมีคนมาเขย่าตัวผม แล้วเรียก น้อง ๆ เป็นอะไรรึเปล่า น้อง ๆ ผมเริ่มรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นได้แล้ว  ก็เห็นพยาบาล กับหมอ มารุมล้อมผมอยู่  พร้อมกับมีพยาบาลคนนึง ยื่นช้อนมาให้ผมคาบไว้  ไม่ให้ผมไปกัดลิ้น     ผมลืมตาขึ้นมาก็งง ครับ อ้าว.........เมื่อกี้เราวูบไปเหรอ  นี่ เราช็อค Shock ไปเหรอเนี่ย ???    เวงกำ  เจาะเลือดแล้วช็อคไป เหรอเนี่ย   พยาบาลก็ช่วยประคองผมไปนอนในห้องพักก่อน  แล้วก็ตรวจความดัน เอาแอมโมเนียให้ดม  ความดันลงต่ำมากเพราะช็อค   พยาบาลก็ถามว่ากลัวเข็ม เหรอ ทำไมไม่บอกก่อน  ดีนะที่วิ่งมาประคองไว้ทัน ถ้าหากล้มลงหัวฟาดฟื้นจะแย่       โอ่ ผมก็ไม่คิดนี่ว่าผมจะเป็นถึงขนาดนี้ นี่นา   นอนสัก 5 นาที ผมก็ลุกขึ้นมา  ไปห้อง x-ray  ต่อ ตอนเดินออกจากห้อง  โอว  สายตาประชาชี  จ้องมาที่ผมทุกคู่เลย เวงกรำ  เกิดเลยนะนั่น  ฮือ ฮา  บุรูษคนนี้เจาะเลือดแล้วช็อค   รายแรกในรอบกี่ปี ก็ไม่รู้    อายโคดเลย      ตรวจจนเสร็จก็ได้คุยกับคุณหมอสาว  หมอก็บอกว่า  ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ทีหลังต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ไว้ก่อน  จะได้เตรียมตัวไว้ทัน  ดีนะไม่หล่นจากเก้าอี้ หัวฟาดฟื้นจะแย่  ทีหลังให้นอนเจาะจะได้สบาย ๆ เพราะนั่งแล้วเกร็งเลยทำให้ช็อคไป   (อันนี้น่าจะจริงนะ เพราะรู้สึกเกร็ง แล้วก็วูบไปเลย)    พอถามว่าจะมีวิธีแก้ยังไง  หมอก็บอกว่าทำใจ แบบนี้ แก้ไม่ได้  ต้องรู้จัก safe ตัวเองไว้         อืม...  อันตรายเหมือนกันนะเนี่ย ถ้าเกิดตอนนั้นช็อคล้มลงหัวฟาดฟื้น ไม่รู้จะได้มานั่งเขียน blog แบบนี้ไหม

               
     ประสบการณ์นี้ คงต้องรู้จักเซฟตัวเองให้มากกว่านี้แล้ว  ไม่คิดเหมือนกันว่าจะช็อคได้ขนาดนี้  คงเป็นเพราะความกลัว และความกังวลมากไป  เลยทำให้เป็นแบบนี้ .......... งง อยู่เลย  ตอนนั้นจำอะไรไม่ได้เลย  วูบไปได้ยังไง ?????????????
    4/24/2006

    พ่อผมเป็นโรคหัวใจ ครับ ภาค 3 (เมฆาล่องลอย)

    ••• กลับมาเขียนต่อครับ  หลังจากวันน้นไป ............................ •••

    21 เม.ย.49  ในที่สุดวันนี้ ก็จะได้ย้ายพ่อ กลับหาดใหญ่  I.C.U ที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ ว่าง ดีจริง ๆ รีบย้ายทันทีเลยวันนี้  จัดแจงเรื่องต่าง ๆ ก็เก็บกระเป๋าเดินทาง   บอกลาไอน้า คนนั้น   กล่าวขอบคุณหมอ  และพยาบาลที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษามาโดยดีตลอด        ได้กลับหาดใหญ่ สักที  ตกลงว่าไปกะรถพยาบาล  ครับ  ตอนมาจาก หาดใหญ่ - เบตง ใช้เวลาประมาณ 5-6 ชม.        แต่ตอนกลับ โอ้ว แม่เจ้า 3 ชม. นิด เองครับ  อ้วกแทบพุ่งเลย  ขับเร็วมาก  และรถพยาบาลด้วย เปิดไฟหวอขอทาง ไฟแดง ไม่มีผล  ได้นั่งรถฝ่าไฟแดง ไกล ๆ ก็คราวนี้แหละ  มันสะใจจริง ๆ  ฝ่าไฟแดง ไม่โดนใบสั่ง เหอ ๆ

            ในที่สุดก็มาถึง I.C.U หาดใหญ่   พ่อท่าทางเหนื่อยมาก เดินทางมาไกล   ถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาก ที่นี่เครื่องมือค่อนข้างดีกว่า ที่เดิม   หมอ ก็ดูเก่งกว่า   แต่สิ่งที่ต่างคือ พยาบาล  ไม่ค่อยเอาใจใส่ผู้ป่วยเลย  เหมือนจะยกภาระให้ญาติ  อะไรญาติทำได้ จะให้ญาติทำ  เวลาถามก็จะตอบห้วน ๆ  อืม จรรยาบรรณไปไหนหมดหว่า   อืม ช่างเหอะ คนที่ดีก็มี  ต้องมองโลกในแง่ดีบ้าง    ญาติ ก็มาดูมาเยี่ยมกัน ตรึม  ความรู้สึกมันต่างกันมากกับที่เดิม  นี่แหละ บ้านเรา

    24 เม.ย.49   ถึงวันนี้พ่อก็ยังไม่ได้ออกจาก I.C.U เลย เนื่องจากการหายใจด้วยตัวเอง ยังไม่ดีพอ  ถึงแม้หลอดลมจะหายอักเสบแล้ว  แต่ว่าเสมหะ มีเยอะมาก  ทำให้การหายใจไม่สะดวก  ขนาดใส่เครื่องช่วยหายใจแล้วหายใจยังเหนื่อย เลย     อืม  ไม่เจอหมอเลยด้วย  เลยไม่รู้วิธีการรักษาของที่นี่เลย

    วันนี้จะขึ้นไป กทม แล้วด้วย  ต้องไปจัดการธุระให้เสร็จ แล้วก็เริ่มงาน  ทางนี้ก็หวังให้พ่อหายไว ๆ ยังไม่ได้บอกพ่อเลย ว่าวันนี้จะไป กทม แล้ว เฮ้อ ...จริงๆ ก็ลำบากใจเหมือนกัน ที่ต้องขึ้นมาจัดการธุระส่วนตัว และเริ่มงาน  ทั้งที่พ่อ ยังนอนอยู่ I.C.U   พ่อคงเข้าใจ หน้าที่  เราจะสัญญาว่าจะทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด  นี่คือคำมั่นที่จะทำมัน...  เอาจริง แล้ว โว้ย

    4/18/2006

    พ่อผมเป็นโรคหัวใจ ครับ ภาค 2 (คับแค้นเหลือคณา)

       มาเขียนกันต่อ ครับ กับรู้สึกอยากระบายมากครับ หลาย ๆ เรื่อง ที่เข้ามา ระบายใส่ที่นี่ละกัน

    12 เมษา 49 -> วันนี้ น้องผม จะมาเยี่ยมพ่อครับ  เพราะต้องกลับไปเรียนซัมเมอร์  เพราะมีผมดูแลทางนี้อยู่  เพราะถ้าพ่อพูดได้ ก็คงไล่น้องกลับไปเรียนอยู่ดี   วันนี้ตอนประมาณ สาย ๆ พยาบาลโทรมาหาผม บอกว่าให้มาพบหมอ มีเรื่องจะคุยด้วย  ผมก็รีบบึ่งไปทันที   จริง ๆ ตอนเช้าเข้าไปหาพ่อมาแล้ว พ่อแกดิ้น แกจะกลับบ้านท่าเดียว ยกขา ยกแขน จะดึงเครื่องช่วยหายใจออก   ผมก็เลยต้องหนี ออกไป ไม่งั้นมีคนอยู่แกจะโวยวาย    ตกลงเข้าไปห้องไอซียู  เห็นหมอกำลังเอามีดผ่าแขนพ่ออยู่  ตกใจ ครับ เอ้ย เกิดอะไรขึ้น  หมอบอก ไม่มีอะไร นะ พอดีคนไข้ ติดเชื้อในกระแสเลือด ทำให้ช็อคหมดสติ ไป  ตอนนี้หมอผ่าแขนเพื่อสอดสายเข้าไปในหัวใจ  เพื่อวัดระดับน้ำในหัวใจ    ผมก็รออยู่นานเกือบ 30 นาที หมอก็มาคุย  ว่าตอนนี้คนไข้ปลอดภัยแล้ว  หมอก็เลยถามว่า จะย้ายคนไข้ ไปหาดใหญ่ ก็ได้นะ เพราะเห็นว่าญาติอยู่หาดใหญ่กันเยอะ  จะได้สะดวก หมอก็เลย call ไป โรงพยาบาลหาดใหญ่  เพื่อติดต่อ หมอที่เป็นอาจารย์ของหมออีกที   ปรากฎว่า ห้องไอซียู เต็ม ครับ  ถ้าย้าย หน่ะ ย้ายได้  แต่ว่า  จะต้องไปอยู่อายุรกรรม  ซึ่งจะไม่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษแบบ ไอ.ซี.ยู  (Insentive Care Unit)   หมอก็เลยถาม ว่าจะย้ายก็ได้นะ  แต่ถ้าไม่ย้ายทางนี้หมอจะดูแลเป็นอย่างดี  เพราะหมอเป็นคนปั้มให้พ่อรอดกลับมา  ฉะนั้นหมอเต็มที่กับคนไข้คนนี้    น้องผมก็จะมาวันนี้  ถ้าไปก็คลาดกัน  แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา  ถ้าย้ายตอนนี้ไป ก็ไม่ได้อยู่ ไอซียู  แถมพ่อเพิ่งโดนผ่าแขนไป เพิงช็อคไป ถ้าเคลื่อนย้าย คงไม่เหมาะ  แน่   ผมเลย ตัดสินใจ   เอาไว้หลังสงกรานต์ดีกว่า    เพราะถ้าย้ายไปหาดใหญ่ กะรถพยาบาล ถึงจะเปิดไฟหวอขอทาง  แต่หาดใหญ่ ก็รู้คนเล่นสงกรานต์ เล่นน้ำ รถติดมาก  แล้วเส้นที่จะเข้าโรงบาล  นะ  โห ติดโคตร  ขนาดมอเตอร์ไซต์ กว่าจะผ่านไปได้นะ     พยาบาลก็แนะนำให้ไปทันทีเลย เพราะว่าหมอทีหาดใหญ่เก่ง    มันก็ใช่ แต่ไปถึง ไม่ได้รับการดูแลแบบไอซียู แล้วจะไปทำไม        แล้วถ้าไป ไอซียู  โรงบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ก็ไม่ไหว อ่ะ แพง       ต้องเก็บเงินไว้รักษาหลอดเลือดหัวใจตีบอีก   วิธีการรักษา ทำได้โดย

    -  ฉีดสี เข้าไป เพื่อให้เลือดที่เป็นสี โดนหัวใจปั้มเข้าไป ทำให้รู้ว่าเส้นไหนที่มันตีบ
    -  จากนั้นจึงดูว่าจะรักษาอย่างไร  โดยปกติ จะให้ยาละลายลิ่มเลือด เป็นการรักษาเบื้องต้น
    -  จากนั้น ก็มีการทำ By Pass เป็นการรักษาโดยตัดเส้นเลือดดำที่ขา มาต่อแทนเส้นเลือดที่ตันหรือตีบ  หรือ อาจจะทำการรักษาโดยการทำ บอลลูน  เป็นการสอดสายที่มีลูกโป่งเล็ก ๆ เข้าไปในเส้นเลือดที่อุดตัน  โดยทำการ Rota Brator ขยายหลอดเลือด   ซึ่งแบบนี้ ได้รับความนิยมมาก เพราะค่าใช้จ่ายไม่แพงเท่าแบบแรก  และใช้เวลาพักฟื้นสั้นกว่า  และโอกาสกลับมาเป็นอีกเพียง 5%


    เลยตกลงไม่ย้าย ครับ  พอน้องมาก็บอกน้อง ว่าอย่างนี้ ๆ  พอกลับไปบ้านน้า  น้าแกไปเยี่ยมพ่อ กลับมาโวยวายใหญ่ ถามว่าทำไมไม่ยอมย้ายไป  ที่หาดใหญ่ เครื่องมือ ดีกว่า หมอเก่งกว่า  ไม่รักพ่อ เหรอ ไง จะปล่อยให้แกสิ้นไป่เหรอ พูดแบบนี้เลย ครับ ไม่คิดว่าจะพูดแบบนี้ออกมาได้   น้องสาวผมเลยเดือด ครับ โต้กลับอธิบายเหตุผลให้ฟัง  ถึงเงียบไป  และทุกครั้งที่น้าพูดเรื่องพ่อ นะ จะพูดแต่ว่า ไม่ให้แกขับรถแล้วนะ  รถนั้นก็ขายไปซะ ไม่ต้องขับแล้ว  ที่นี่มีคนสนใจ  ก็แน่ละ ยึดกุญแจไปแล้วนี่หว่า   พูดเหมือนจะเป็นห่วง  แต่จบด้วยเรื่องขายรถทุกที  มันหมายความว่ายังไง วะเนี่ย แมร่ง !!!!   ส-า-ด

    17 เมษา 49
     -> เมื่อวาน ก็ไปหาซื้อกระเช้า ให้หมอ  แล้วก็เอาไปให้หมอ  วันนี้ก็กะว่าจะมาถามเรื่องอาการแล้วถ้าย้ายได้ก็จะย้าย  เพราะไม่อยากรบกวน บ้านนั้นนาน  ก็จะทำเรื่องบริจาคให้โรงพยาบาลด้วย    สักประมาณสาย ๆ  มีปัญหาครับ  น้า มันเข้ามาเยี่ยม พร้อมลูกชาย  มาถึงก็โวยวายใหญ่  หมอบอกว่าย้ายได้ ทำไมไม่ย้าย เธอเป็นลูกชายประสาอะไร แค่นี้ตัดสินใจไม่ได้  ไม่สงสารพ่อเธอเหรอ นอนทรมานแบบนี้ แค่นี้ตัดสินใจไม่ได้ เรียนจบปริญญาตรี แล้ว   ไรของมันวะ  เริ่มเดือดครับ มาโวยวายในห้องไอซียู  ผมก็อธิบายให้ฟังว่า วันก่อนป๊า เพิ่งช็อคไป จะย้ายก็ไม่ดี แล้วเป็นวันสงกรานต์ด้วย  อยากให้อาการดีก่อนค่อยย้าย  แมร่ง มันไม่ฟัง จะให้ย้ายอย่างเดียว มันยังพูดอีกว่า ก็ย้ายไปโรงบาลกรุงเทพหาดใหญ่ สิ ค่ารักษาวันละแสน ก็ต้องจ่ายช่วยชีวิต ป๊า เธอไว้   ฟังแล้วดูดีไหมครับ ดูเหมือนเป็นห่วงนะ  ก็บอกเหตุผลไปแล้ว  หมอก็บอกว่าตอนนี้คุมได้แล้ว  ไว้พักฟื้น ค่อยไปฉีดสี ทำ บอลลูน รักษา ถึงตรงนั้น ต้องทำ 2 เส้น เส้นละ แสน ครับ  ถึงตอนนั้น เส้นละ 2 แสน ก็ยอมจ่าย     เจ็บใจมากเลยคำพูด  ทำให้หมดความเคารพ เลย  ตอนนั้นผมเองก็โต้กลับไปแบบมาเสียงดัง ผมก็เสียงดัง กลับ     ไม่รู้เรื่องอะไร นาน ๆ มาเยี่ยมทีนึง แล้วไม่รู้อาการอะไรเลย มาโวยวาย   ต้องการแต่จะไล่ให้กลับไปหาดใหญ่     เข้าใจ ครับ ว่ามาอาศัย อยู่ด้วยคงจะไม่พอใจ  บอกตรง ๆ ก็ได้มั้ง  ผมเลยรำคาญ ครับ กลับไปเก็บกระเป๋า ติดต่อเรื่องจ่ายค่ารักษา  แล้วก็รอพบหมอเลย เพื่อจะคุยเรื่องย้ายกลับหาดใหญ่
                     -> พอเจอหมอ หมอก็บอกวันนี้ดีขึ้นแล้วนะ เชื้อในกระแสเลือดก็ลดลงแล้ว อาการดีขึ้น ไอน้าเวง มันก็ไปบอกหมอว่าจะย้าย  หมอบอกไม่ต้องย้ายหรอก อยู่นี่แหละดีแล้ว รอเอาท่อออก พักฟื้นอีกไม่กี่วัน ก็กลับได้แล้ว     มันก็ยังไม่ยอม ครับ บอกตอนนี้จะย้ายไป โรงบาลกรุงเทพหาดใหญ่  ได้ไหม เนื่องจากมันเป็นโรงบาลเอกชน ครับ  แพง ครับ  หมอก็บอกว่า ไม่จำเป็น ย้ายไปเขาก็ดูแลเหมือนกัน สิ้นเปลืองเปล่า   ๆ แล้วอาการพ่อแบบนี้ ถ้าส่งไปที่นั่นแต่แรกนะ ถึงตอนนี้ ล้านนึง ก็เอาไม่อยู่        หมอบอกอย่างนี้ น้า สาด ๆ นั้นมันจูงมือผม กลับเฉยเลย   แถมบอกผมว่าหมอไม่ให้ย้ายกลับนะ ใจเย็น ๆ      ดูมันพูด ใครที่มันรบเร้าให้ย้ายกลับ วะ xxxx จิง ๆ       ผมงี้โคตรสะใจเลย ระหว่างรอ หมอนะมันก็พูดแต่ว่า ไม่ต้องให้ขับรถแล้ว    ให้ขายซะที่นี่ ทำไม ล่ะ ๆๆๆ วะ รถพ่อกู จะขายไม่ขาย เสือ-ก อะไรพวกเมิง   รู้อยู่หรอก อยากให้หายไว ๆ จะได้เซ้นต์ขายได้  มันจะกินเงินตรงนี้ xxxx ญาติ เลว ๆ แบบนี้  

    ตอนนี้ต้องทน ครับ มาระบายด้วยความแค้นใจ 
    ต้องทนอยู่ต่อไปเพื่อพ่อ  ป๊า หายไว จะได้กลับบ้านสักที   

    พ่อผมเป็นโรคหัวใจ ครับ ภาค 1

     
    ช่วงนี้คงเป็นมรสุมชีวิต ช่วงหนึ่งของชีวิตผมเลยก็ว่าได้        หลังจากออกจากที่ทำงานก็กลับบ้านที่หาดใหญ่  กลับไปเชงแม้ง นั่นเอง ไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน   

    2 เมษา 49 -> วันนั้นผมก็เดินทางกลับไปถึง ตอนเช้า ๆ  พอดีเจอพ่อผม พ่อก็เลยถามว่าจะกลับไป เบตง กันไหม พ่อจะกลับไปเชงเม้ง   ผมก็บอกว่าไม่ไป เพราะนั่งรถมาตั้ง 12 ชม. แหนะ  เหนื่อยมาก  อยากนอน   ก็เลยไม่ไป   แต่ตอนนี้   กลับมานึก  เราน่าจะไปนะ  เพราะปีก่อน ก็ปฎิเสธพ่อไปแล้วหนนึง  

    3 เมษา 49 -> วันนี้ ตื่นแต่เช้าครับ ไปเชงเม้งที่สุสาน บ้านพรุ  ไปกะแม่ 2 คน แล้วญาติ ๆ ก็ตามมาทีหลัง วันนี้ก็ไม่มีไรไหวเสร็จก็กลับบ้าน นอน ครับ เพลีย   ดึก ๆ พ่อยังไม่กลับเลยโทรไปถามหน่อย พ่อบอกรู้สึกไม่ค่อยสบาย ไว้กลับอีกวันนึง ออ

    4 เมษา 49 -> วันนี้ก็กะว่าจะไปซื้อตั๋วกลับไป กทม วันที่ 5  ก็กะว่าพอดี พ่อกลับมาจาก เบตง  แม่ก็บอก คืนนี้จะได้ไปกินข้าวนอกบ้านกัน  ผมก็โอเค นอนต่อ  นอน ๆ ไปตอนสัก 9 โมงกว่า ๆ แม่โทรมาว่า พ่ออยู่ รพ.เบตง ห้องไอซียู  เห็นพยาบาลบอกว่าปวดท้อง  อ้าวเป็นอะไร อ่ะ ตอนเช้า ๆ 7 โมง ยังโทรมาอยู่เลย ว่าจะกลับแล้ว จะเอาอะไรไหมจะซื้อกลับไปฝาก  ก็ตกใจไปปลุกน้อง ว่าพ่ออยู่โรงบาล นะ       สักพักนึงน้า โทรมาบอกพ่ออยู่โรงบาลนะ  ผมกับน้องเลยโทรไปที่ รพ.เบตง ถามอาการ  กะว่าจะให้ส่งต่อมา ที่หาดใหญ่    เห็นท่าอาการไม่ดีคนไข้หมดสติไปแล้ว   ผมเลยโทรบอกแม่ ให้กลับมาบ้าน เตรียมตัวไป เบตง กัน
                       -> น้าก็ดันโทรมาอีก ว่าให้รีบมานะ หมอบอกว่าอยู่ได้ไม่เกินเที่ยงนี้แล้วนะ  เอ้ย ไรวะ มันจะรุนแรงขนาดนั้น
    ตกลงก็เลย เหมารถไปยะลากันผมกับแม่ แล้วค่อยหารถต่อไป เบตง กัน  ดูเหมือนคนเรายิ่งรีบมันก็ยิ่งช้าจริง ๆ กว่าจะไปถึงยะลา  ปรากฎว่าคนขับดันเลี้ยวผิดโดนจับอีก  ผมเลยต้องถามหาคิวรถเอง  คนก็ดันเยอะอีก กลับช่วงนี้ มีแต่คนไปเชงเม้ง กัน  เอาไงดีล่ะ  นึกได้ มีเพื่อนอยู่ยะลานี่หว่า หมุย นั่นเอง  เอ้อ หมุย นี่กูอยู่ยะลา จะรีบไปเบตง หารถให้หน่อยดี  โชคดีครับ มันว่างพอดี  แวะมาหาเลยใกล้ ๆ ช่วงธุระหารถให้ แท้งกิ้ว มากเพื่อนเลิฟ เลยตกลงได้นั่งรถตู้  ไปจะโทรถามอาการ เบอร์น้า ก็โทรไม่ติด  กว่าจะไปถึง ปาเข้าไป 4 โมงกว่า ๆ  ไปถึงเจอน้า ๆ กันหลายคน   หมอบอกว่าตอนนี้พ้นอันตรายแล้ว    เกือบไม่รอดเชื่อไหมครับ ว่า ปั้มหัวใจกันเกือบ ชม.  หัวใจหยุดเต้นไปแล้ว 40 วินาที หมอปั้มกลับมาได้ แล้วต้องฉีดยากระตุ้นหัวใจช่วย รวมทั้งช็อตหัวใจด้วยไฟฟ้าไปอีก 2 ครั้ง    ตอนหลังหมอมาคุยด้วย บอกว่า โอกาสที่หัวใจหยุดเต้นนานขนาดนี้ แล้วปั้มกลับมาได้เนี่ย 1 ใน 100 โอว ได้ยินแล้วขนลุกครับ      ตกลงว่าพ่อผมนั่นเป็นโรคหัวใจครับ  เส้นเลือดหัวใจตีบ  อันเกิดจากไขมันไปอุดตันในเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ  เลยทำให้แกวูบไป  แต่พ่อผมสุดยอดมาก  คือตอนกลับ ไม่ไหวแล้ว ก็เลยไปจอดปั้ม โทรเรียกคนที่คิวรถไปส่งที่ โรงบาล  ไปถึงแกยังมีสติ ดีอยู่ บอกอาการหมอ บอกเบอร์โทรแม่ผมกับพยาบาล  เท่านั้นแหละ แกก็น็อคไปเลย

    5 - 11 เมษา 49  ->  ผมเฝ้าพ่อมาหลายวันแล้ว ครับ   แม่ผมกับน้อง ก็ไป-กลับ หาดใหญ่ - เบตง  เพราะแม่ต้องขายของหาเงิน มารักษาพ่อ  ส่วนน้องก็ต้องเรียนซัมเมอร์  ผมอยู่บ้านน้า ครับ รู้สึกไม่ค่อยดีเหมือนกัน  แม่ก็บอกว่าทน ๆ หน่อย นะ อย่าไปทำให้เขาลำบากไปอาศัยเขาอยู่ไปวัน ๆ พอแล้ว  ผมก็โอเค ไปอยู่คือแค่ไปนอน กะใช้ห้องน้ำ ซักผ้า อาบน้ำ แค่นั้น  เพราะญาติฝั่งพ่อนี้ ไม่ค่อยดีนัก ทะเลาะกันแย่งสมบัติกัน น้า คนนี้ก็เคยประกาศตัดพี่ตัดน้องกับพ่อมาเหมือนกัน    ตอนหลังเพิ่งโทรมาขอคืนดี          แม่ผมก็มาอยู่ด้วยพักนึง เท่าที่ฟังดู พูดนะแทงใจ เหลือเกิน  ผมทนฟังแทบไม่ได้  คำพูดเสียดสีต่าง ๆ  ผมเองก็เจอเหมือนกัน ทนครับ ๆ เพื่อพ่อ    พ่อผมหัวใจวายไป  ทำให้ไตหยุดทำงาน ก็คือไตวาย นั่นเอง แถมยังตรวจเจอโรคเบาหวาน อีก   หลอดลมก็อักเสบอีก  ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยากมาก   เนื่องจากต้องควบคุมน้ำตาล  และให้ไตฟื้นกลับมาทำงานได้ปกติ ก่อน จึงจะสามารถรักษาอาการของโรคหัวใจได้  ตอนนี้ภาวนา ให้ป๊า หายไว ๆ ครับ